ต่างจากแอชวากันดาที่เป็นพืชฤดูเดียว ชาตาวารีเป็นไม้เลื้อยยืนต้นที่รากต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปี ห่วงโซ่อุปทานจึงช้ากว่า ตอบสนองต่อราคาช้ากว่า และมีขั้นตอนหลังเก็บเกี่ยวที่กำหนดคุณภาพมากกว่า บทความนี้อธิบายจากฝั่งซัพพลายเออร์ และตอบคำถามที่ผู้ซื้อในไทยถามบ่อย: ทำไมไม่ใช้รากสามสิบที่ปลูกในไทย
ป่ากับแปลงเพาะปลูก
Asparagus racemosus ขึ้นเองตามธรรมชาติทั่วอินเดีย ตั้งแต่เชิงเขาหิมาลัยถึงป่าผลัดใบของอินเดียกลางและใต้ การเก็บจากป่าเคยเป็นแหล่งหลักและยังมีอยู่ แต่ถูกจำกัดมากขึ้นจากข้อกังวลด้านการอนุรักษ์ (ชาตาวารีอยู่ในรายการพืชสมุนไพรที่ต้องส่งเสริมการเพาะปลูกของ National Medicinal Plants Board) แหล่งอุตสาหกรรมปัจจุบันคือ แปลงเพาะปลูก ในรัฐมัธยประเทศ คุชราต มหาราษฏระ ราชสถาน และอุตตรประเทศ ซึ่งให้รากที่สม่ำเสมอกว่าและตรวจสอบย้อนกลับได้
วงจร 12–18 เดือน
ปลูกจากเมล็ดหรือกอในช่วงมรสุม (มิถุนายน–กรกฎาคม) รากอวบเป็นกลุ่มพร้อมขุดหลัง 12–18 เดือน โดยรากอายุ 18 เดือนให้ซาโปนินสูงกว่า การขุดหลักอยู่ราวตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ราคารากจึงถูกกำหนดในไตรมาสสุดท้ายและไตรมาสแรก และตอบสนองต่อสัญญาณตลาดช้ากว่าพืชฤดูเดียวมาก การขาดแคลนใช้เวลาสองฤดูกว่าจะแก้ไข
การปอกและตาก: ขั้นตอนที่กำหนดคุณภาพ
รากสดมีเปลือกบางและแกนแข็งตรงกลาง ตำรับดั้งเดิมและโรงสกัดที่ดีต้องการรากที่ ปอกเปลือกและดึงแกนออก ก่อนตาก เพราะเปลือกและแกนมีซาโปนินต่ำและเพิ่มเส้นใย รากที่ตากทั้งเปลือกถูกกว่าและให้ผลผลิตสารสกัดต่ำกว่า การตากต้องเร็วและพ้นฝน รากที่ตากช้าขึ้นราและมีจุลินทรีย์เริ่มต้นสูง ซึ่งไปปรากฏบน COA ของสารสกัด
ทำไมไม่ใช้รากสามสิบที่ปลูกในไทย
รากสามสิบเป็นสปีชีส์เดียวกันและปลูกได้ในไทย คำถามนี้จึงสมเหตุสมผล คำตอบอยู่ที่ขนาดและมาตรฐาน: อินเดียมีโรงสกัด GMP ที่ผลิตสารสกัดมาตรฐานซาโปนินในปริมาณอุตสาหกรรม พร้อมห่วงโซ่วัตถุดิบเพาะปลูกที่รองรับได้ ในขณะที่ผลผลิตในไทยส่วนใหญ่เป็นรากตากแห้งหรือผงสำหรับตลาดยาแผนไทย ยังไม่ใช่สารสกัดมาตรฐานที่มี COA ผู้ผลิตไทยหลายรายจึงใช้สารสกัดจากอินเดียเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีการวิเคราะห์ และอาจใช้รากสามสิบไทยเป็นส่วนประกอบเรื่องราวหรือผงเสริม ทั้งสองอยู่ร่วมกันได้ในสูตรเดียว
ปฏิทินและราคา
| ช่วง | เกิดอะไรขึ้น | ผลต่อผู้ซื้อ |
|---|---|---|
| มิ.ย.–ก.ค. | ปลูก | — |
| ต.ค.–ก.พ. (ปีถัดไป) | ขุด ปอก ตาก | ราคารากใหม่ชัดเจน; ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับสัญญาปริมาณ |
| มี.ค.–พ.ค. | โรงสกัดซื้อรากแห้ง | ล็อตสารสกัดใหม่ออก |
| มิ.ย.–ก.ย. | มรสุม; สต็อกรากเก่า | ความชื้นสูง; ตรวจ LOD และจุลินทรีย์เข้มขึ้น |
สิ่งที่ผู้ซื้อควรขอ
- แหล่งราก (เพาะปลูกหรือป่า) และรัฐที่มา
- ยืนยันว่ารากปอกเปลือกและดึงแกนก่อนสกัด
- อัตราส่วนสมุนไพรต่อสารสกัดของล็อต ซึ่งสะท้อนคุณภาพราก
- COA ของล็อตพร้อมจุลินทรีย์และ LOD โดยเฉพาะล็อตช่วงมรสุม
SV Botanica จัดหาสารสกัดชาตาวารีจากโรงงาน GMP ในอินเดียที่ใช้รากเพาะปลูกปอกเปลือก และเผยแพร่ COA เกรด 20% ให้ตรวจสอบก่อนติดต่อ
จัดหาสารสกัดชาตาวารีจากรากเพาะปลูกปอกเปลือก
เกรด 20/40/60% ตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อม COA และเอกสารครบสำหรับผู้นำเข้าไทย